“ศิริกัญญา-วรภพ” เปิดนโยบายปฏิรูปรัฐทันสมัย ยกเลิกใบอนุญาตล้าสมัยภายใน 18 เดือน เอาจริงปราบโกง เลือกตั้งผู้ว่าฯ พร้อมกันทั้งประเทศ เพิ่มงบปีละสองแสนล้านให้ท้องถิ่นกำหนดอนาคตตนเอง เพิ่มอำนาจประชาชนในการตรวจสอบ กระจายความเจริญอย่างเท่าเทียม
วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 5 ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 พรรคประชาชน และ วรภพ วิริยะโรจน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านการปฏิรูปรัฐ กล่าวในงาน “เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน”
โดย ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่ว่าเราจะพูดว่าจะทำนโยบายอะไร อาจไม่ประสบความสำเร็จ หากยังไม่ปฏิรูประบบราชการ โดย 4 เป้าหมายหลักที่รัฐบาลพรรคประชาชนจะทำให้ได้คือ รัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน (Clean) รัฐที่มีประสิทธิภาพสูง ปราศจากกฎระเบียบล้าสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพัฒนาการให้บริการ (Lean) รัฐที่เสริมสร้างอำนาจให้ประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม (Empowering) และรัฐที่ตอบสนองฉับไวต่อสถานการณ์ ทั้งภัยพิบัติและความท้าทายใหม่ๆ ของโลก (Responsive)
สำหรับ “รัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน” และ “รัฐที่มีประสิทธิภาพสูง” เป็นสองเรื่องที่แทบจะแยกกันไม่ออก ถ้ารัฐยังไม่คลีนก็ลีนลำบาก จะมีคนคอยมาขัดขวางต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเพราะจะไปยุ่งกับชามข้าวของเขาอยู่ตลอดเวลา ส่วนรัฐที่ยังไม่ลีนก็คลีนลำบาก เพราะกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่ได้สร้างแค่ภาระต้นทุนต่อประชาชนพ่อค้าแม่ค้า แต่ยังหมายถึงการใช้ดุลยพินิจของข้าราชการที่ในที่สุดนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ ดังนั้นจะทำให้รัฐโปร่งใสไร้คอร์รัปชัน และมีประสิทธิภาพสูง ต้องลดใบอนุญาตที่ไม่จำเป็นเพื่อปิดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์
ยกตัวอย่าง ประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่ให้อำนาจท้องถิ่นออกใบอนุญาตถึง 142 ใบสำหรับ 142 กิจการ แต่เมื่อไปดูกิจการต่างๆ เหล่านั้นแล้วก็ยังสงสัยว่าตกลงแล้วเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร เช่น การทำไอศกรีม การตั้งฟิตเนส หรือแม้แต่การทำสระว่ายน้ำ ประกาศฉบับนี้มีแต่เพิ่มกิจการเข้าไปทุกวัน ไม่เคยถูกยกเลิกเลยแม้แต่กิจการเดียว
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ พูดกันมาเป็นสิบปี แต่ยกเลิกได้เพียงหนึ่งในสาม ถ้ายังทำแบบเดิม ๆ อาจต้องใช้เวลาอีก 20 ปีกว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จ ทีมผู้บริหารของพรรคประชาชนจึงเสนอ Operation 18 หรือปฏิบัติการทำทุกอย่างเร่งรัดให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน ยกเลิกกฎระเบียบใบอนุญาตต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น ส่วนที่เหลือต้องมีการจัดตามความเสี่ยง เช่น กิจการที่ความเสี่ยงน้อยให้จดแจ้ง ถ้าความเสี่ยงระดับกลาง ให้เป็นการอนุมัติแบบอัตโนมัติ ส่วนที่มีความเสี่ยงสูง อาจยังต้องมีการขออนุญาตอย่างเต็มรูปแบบ แต่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อลดดุลพินิจไม่ให้ถูกเรียกรับผลประโยชน์ เช่น ใบอนุญาตก่อสร้างต่าง ๆ
แต่หากผู้ประกอบการยังถูกเรียกรับผลประโยชน์ ขอให้อดทนไว้เพราะไม่เกิน 30 วัน ท่านจะได้ใบอนุญาตทันที ตามกฎหมายฉบับใหม่ที่เราแก้ไขไปแล้ว จะไม่สามารถดึงเวลาด้วยการขอเอกสารไปเรื่อย ๆ อีกต่อไป แต่จะปรับเปลี่ยนเป็นเอกสารใดที่หน่วยงานรัฐมีอยู่แล้ว ห้ามขอเพิ่มอีก จากนั้นพิจารณา 30 วัน ถ้ายังไม่มีคำตอบจากหน่วยงานรัฐ ถือว่าอนุญาตโดยอัตโนมัติ
ส่วนเรื่องการคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งขณะนี้หลายพรรคการเมืองโฆษณาว่าต้องมีการลงโทษประหารชีวิตคนโกง ความจริงโทษมีอยู่แล้วในประมวลกฎหมายอาญา แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นมีใครถูกลงโทษ ดังนั้นปัญหาไม่ใช่ว่าโทษไม่แรงพอ แต่ปัญหาคือสุดท้ายแล้วขาดพยานหลักฐานที่จะเอาผิดและยังไม่มีใครที่เอาจริง ดังนั้นต้องปรับแรงจูงใจ ส่งสัญญาณไปให้คนที่กำลังสมรู้ร่วมคิดกันโกงต้องทำให้วงแตกให้ได้ ใครออกมาแฉก่อน คนนั้นอาจได้รับพิจารณาลดโทษหรือได้รับการคุ้มกันเป็นพยาน ส่วนคนที่เป็นข้าราชการน้ำดีออกมาเปิดเผยว่ามีการโกง หรือ whistle blower ต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยและได้เงินรางวัล
นอกเหนือจากการปราบปราม ต้องมีกระบวนการการป้องกัน เราจะนำ AI เข้ามาปราบโกง โดยจำเป็นต้องมีข้อมูลที่เปิดเผยตามมาตรฐานสากล ให้ AI เข้าไปเทรนระบบได้ ข้อมูลต่าง ๆ ต้องมีการเชื่อมโยงกันและประมวลผลได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการจัดจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลของบริษัทเอกชนว่าใครเป็นกรรมการ ใครเป็นผู้ถือหุ้น โยงไปถึงบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองและข้าราชการต่างๆ เพื่อเรียนรู้ระเบียบแบบแผน ว่าเวลาที่จะมีการฮั้วประมูลหรือเรียกรับสินบน มีใครบ้างที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่
นอกจากนี้ ต้องยกเครื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมด ลดการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เพิ่มการแข่งขัน เปิดให้คนนอกเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ สิ่งเหล่านี้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถประหยัดงบประมาณได้จริง และถ้าเราสามารถอุดรูรั่วงบประมาณเหล่านี้ จะประหยัดเงินเอามาใช้พัฒนาประเทศได้พอ ๆ กับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1%
“เมื่อเราลดรูรั่วของงบประมาณได้แล้ว ต้องใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดิฉันขอโอกาสเข้าไปปฏิรูปงบประมาณ จัดงบประมาณของรัฐบาลประชาชน”
ศิริกัญญากล่าวอีกว่า อยากบอกกล่าวไปถึงพี่น้องข้าราชการ ว่าเราอยากให้ท่านทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปกับกองเอกสาร การจัดหน้าหนังสือราชการอีกต่อไป เราตั้งใจจะทำเรื่องนี้เพื่อทำให้ภารกิจลีนขึ้น งานน้อยลง เหลือแต่งานที่มีคุณค่า มีความหมาย คืนข้าราชการให้ได้ทำงานที่มีความหมายและกลับไปรับใช้ประชาชน มาตรฐานนี้จำเป็นต้องใช้กับทั้งรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เป็นรัฐที่เสริมสร้างอำนาจให้กับประชาชนและตอบสนองฉับไวอย่างแท้จริง
ด้าน วรภพ กล่าวว่า ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาลประชาชนคือการทำให้ทุกจังหวัดในประเทศไทยก้าวหน้าไปพร้อมกัน โดยการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เพราะเราเชื่อมาโดยตลอดว่าการกระจายอำนาจ คือกุญแจดอกสำคัญที่สุดที่จะปลดล็อกศักยภาพของทุกจังหวัดให้เกิดการกระจายการพัฒนา กระจายการลงทุน กระจายงาน สร้างรายได้ ที่ไม่ใช่กระจุกอยู่ไม่กี่จังหวัด แต่จะเกิดขึ้นพร้อมกันทุกจังหวัด เป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย และการกระจายอำนาจจะเป็นการปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่เช่นกันที่จะทำให้บริการสาธารณะตอบสนองประชาชนได้เร็วขึ้น ให้หน่วยงานรัฐไม่ทำงานซ้ำซ้อน งบประมาณถูกใช้ตรงเป้า โดยคนพื้นที่ที่รู้ปัญหาจริง เพราะฉะนั้น การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจึงเป็นวาระสำคัญของพวกเรามาโดยตลอดตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ มาพรรคก้าวไกลจนถึงพรรคประชาชนในวันนี้
ดังนั้น รัฐบาลประชาชนมีหมุดหมายสำคัญ 4 เรื่องใหญ่ที่ชัดเจน ในวาระ 4 ปี
เป้าหมายที่หนึ่ง เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดพร้อมกัน เพราะการพัฒนาไม่สามารถทำได้ถ้าไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีความเข้าใจพื้นที่ และไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน มีเพียงผู้บริหารจังหวัดจากการเลือกตั้ง และมีวาระชัดเจนเท่านั้น ที่จะเข้าใจและได้การยอมรับจากประชาชน พัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่องได้ ดังนั้นรัฐบาลประชาชนจะโอนอำนาจและภารกิจพัฒนาจังหวัดจากผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง ให้เป็นของนายก อบจ. ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ การคมนาคม การพัฒนาเมือง เรื่องเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พูดโดยสรุปคือ ให้ทุกจังหวัดมีผู้บริหารสูงสุดที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพียงตำแหน่งเดียว ทำให้ท้องถิ่นทั้งระดับจังหวัดและเทศบาลที่มาจากประชาชน เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลบริการสาธารณะที่ใกล้ชิดประชาชน เปลี่ยนบทบาทราชการภูมิภาคให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนท้องถิ่นและกำกับมาตรฐานบริการให้ประชาชน แทนที่ภารกิจเดิม
เป้าหมายที่สอง เพิ่มเงินอุดหนุนเพิ่มรายได้ท้องถิ่น 200,000 ล้านบาทต่อปี พวกเราอยากเห็นทุกพื้นที่มีโอกาส มีคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ไม่แตกต่างกัน ดังนั้นรัฐบาลประชาชนจะกำหนดสูตรงบประมาณขั้นต่ำให้กับทุกท้องถิ่น เพื่อให้ทุกท้องถิ่นมีงบประมาณขั้นต่ำที่เพียงพอในการดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมและจะเป็นการกำหนดงบประมาณขั้นต่ำตามภารกิจจริง เช่น ท้องถิ่นไหนผลิตน้ำประปาสะอาดได้ ได้งบขั้นต่ำเพิ่ม ท้องถิ่นไหนเพิ่มรถเมล์มีมาตรฐานได้ ก็ได้งบขั้นต่ำเพิ่ม รัฐบาลประชาชนจะเติมเงินอุดหนุน ในส่วนที่ท้องถิ่นยังขาด เพื่อให้ทุกพื้นที่มีงบประมาณเพียงพอ มีบริการมาตรฐานและดูแลประชาชนได้จริง และพวกเราจะปลดล็อกทุกอำนาจการคลังของท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มเติมได้เอง จัดเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ได้ กู้เงิน ร่วมทุนกับเอกชน และจัดตั้งวิสาหกิจท้องถิ่นเองได้สะดวกขึ้น เพื่อให้ทุกจังหวัดพัฒนาและสร้างเมืองได้เต็มศักยภาพ
เป้าหมายที่สาม ปลดล็อกทุกภารกิจพัฒนาเมืองเพื่อให้บริการสาธารณะถูก เร็ว ดี ในทุกพื้นที่ เพราะการดูแลประชาชนจะไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ถ้าราชการจะต้องมาเปิดระเบียบดูก่อนทุกครั้งว่าจะทำได้หรือไม่ได้ แทนที่จะถามว่าประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ รัฐบาลประชาชนจะทลายข้อจำกัดเหล่านี้ ยกเลิกระเบียบมหาดไทยที่เป็นอุปสรรค ปรับกฎระเบียบให้ท้องถิ่นมีอำนาจทำบริการสาธารณะได้ทั้งหมดยกเว้นเฉพาะเรื่องที่กำหนดห้าม
รัฐบาลประชาชนจะโอนภารกิจสำคัญ ถนน งานจราจร การขนส่ง และการดูแลแหล่งน้ำ เพื่อให้จังหวัด ออกแบบเมืองเอง แก้ปัญหาการเดินทาง และรับมือน้ำท่วมน้ำแล้งได้ตรงจุดมากขึ้น โอนภารกิจสิ่งแวดล้อม โรงงาน โรงแรม สถานบริการ พิสูจน์สิทธิที่ดินให้ท้องถิ่น ดูแลด้านการท่องเที่ยวได้ครบวงจร สั่งปิดโรงงานที่ปล่อยกลิ่นเหม็นน้ำเสียได้เอง แก้ไขข้อพิพาทที่ดินให้ประชาชนได้เร็ว และจะอนุญาตให้ท้องถิ่นใช้ประโยชน์ ที่ดิน อาคาร ป่าไม้ ตามความต้องการของพื้นที่ให้สะดวกขึ้น เพื่อให้ทุกการพัฒนาและดูแลเมืองให้ประชาชน ไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป
เป้าหมายสุดท้าย เพิ่มอำนาจประชาชน เพราะการเลือกตั้งคืออำนาจในการกำหนดอนาคตและลงโทษคนทำงานไม่ดี ดังนั้นรัฐบาลประชาชนจะเพิ่มสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ใครไม่สะดวกวันจริง ก็ยังมีสิทธิ เลือกคนที่ดีที่สุดให้บ้านของเราได้ นอกจากนี้ต้องเพิ่มอำนาจของประชาชนในการตรวจสอบ อปท. ท้องถิ่นต้องเปิดเผยข้อมูล การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องตรวจสอบง่าย เป็นข้อมูลดิจิทัล และแจ้งเตือนทันทีหากมีพิรุธ เอื้อพวกพ้องหรือครอบครัว เราจะเพิ่มอำนาจประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อริเริ่มการถอดถอนคนที่ทำงานไม่ดี ผ่านแอปบนมือถือได้เลย เมื่อเลือกตั้งง่าย ตรวจสอบสะดวกและเปลี่ยนได้จริง นักการเมืองท้องถิ่นจะแข่งขันทำงานให้ประชาชน
ทั้งหมดนี้ คือหมุดหมายของรัฐบาลประชาชน ให้ทุกจังหวัดมีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ทุกท้องถิ่น มีงาน มีเงิน มีคน เพียงพอในการดูแลประชาชนให้ทุกเมืองพัฒนาได้เต็มศักยภาพ โดยประชาชนเป็นผู้มีอำนาจและเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง ให้การกระจายอำนาจเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ของทุกจังหวัดในประเทศไทย ให้คุณภาพชีวิตคนไทยไม่ถูกจำกัดที่รหัสไปรษณีย์ที่เลือกเกิดไม่ได้ รัฐบาลประชาชน พร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ทุกจังหวัดก้าวหน้า ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน
