วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

คาราวานประชาชนลุยต่อ “วิโรจน์” ปราศรัยย่อยโคราช ปลุกประชาชนอย่าหมดหวัง 8 กุมภากาเพื่อเปลี่ยน เย็นนี้ ปชน. เปิดเวทีกระจายทุกภาค “หัวหน้าเท้ง” ปราศรัยตลาดเซฟวัน “พิธา” แท็กทีม “ปิยบุตร” ปราศรัยสกลนคร

 


คาราวานประชาชนลุยต่อ “วิโรจน์” ปราศรัยย่อยโคราช ปลุกประชาชนอย่าหมดหวัง 8 กุมภากาเพื่อเปลี่ยน เย็นนี้ ปชน. เปิดเวทีกระจายทุกภาค “หัวหน้าเท้ง” ปราศรัยตลาดเซฟวัน “พิธา” แท็กทีม “ปิยบุตร” ปราศรัยสกลนคร 


วันที่ 31 มกราคม 2569 คาราวานรถแห่ของพรรคประชาชนทั้ง 8 สายเดินหน้ารณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งต่อเนื่องเป็นวันที่สอง


สายอีสานใต้ “คมแฝก” นำโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ช่วงเช้าเดินทางไปหาเสียงในตลาดสดเทศบาล พื้นที่อำเภอบัวใหญ่และอำเคอคง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อแนะนำผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โดยวิโรจน์ได้เปิดปราศรัยย่อยกล่าวถึงปัญหาที่ สส.พรรคประชาชน ติดตามอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ทั้งการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคม ปัญหาสแกมเมอร์ ปัญหาส่วยในวงการตำรวจ ปัญหาค่าไฟแพง โดยขอให้ประชาชนอย่าหมดหวัง อย่าคิดว่าประเทศไทยมาได้ไกลแค่นี้ เพราะความเปลี่ยนแปลงและประเทศไทยที่ดีกว่านี้ยังเป็นไปได้ หากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบเพื่อไปตั้งรัฐบาลประชาชน พร้อมสร้างประเทศไทยที่มีอนาคต ทำงานโดยมีภารกิจและเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ 


การปราศรัยของวิโรจน์ได้รับความสนใจ มีประชาชนมาล้อมวงฟัง พร้อมมอบดอกไม้ ผลไม้ น้ำดื่มเพื่อเป็นกำลังใจอย่างไม่ขาดสาย โดยช่วงเย็นวันนี้ วิโรจน์ และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะร่วมปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา 


ในขณะที่คาราวานสายใต้ล่าง “บินหลาดง” นำโดย ชุติมา คชพันธ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน และ รอนฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางถึงจังหวัดกระบี่ ได้เชิญชวนประชาชนไปรับฟังการปราศรัยในช่วงเย็นที่สวนธารา อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีแกนนำร่วมปราศรัยเช่น วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ลำดับที่ 3 และ ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค


สายอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ” นำโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ช่วงเช้าเดินทางไปที่จังหวัดมุกดาหาร ช่วยหาเสียงให้กับ ณกร ชารีพันธ์ ผู้สมัคร สส.มุกดาหาร เขต 2 เบอร์ 5 โดยเชิญชวนประชาชนว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องกาพรรคส้มทั้งสองใบ ส่งณกรเป็น สส. อีกหนึ่งสมัยและเข้าไปโหวตณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี ให้พรรคประชาชนซึ่งเป็นคนกลุ่มใหม่ได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ ทั้งนี้ช่วงเย็นจะมีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดนัดหน้าค่าย บขส.สกลนคร นำโดยปิยบุตร และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน




























เชียงราย-พะเยา แตก แห่รับ "เพื่อไทย" แน่นขนัด "ยศชนัน" ประกาศสงครามล้างบางธุรกิจสีเทา คืนเกียรติพี่น้องชาวพะเยา พร้อมดันสินค้าท้องถิ่นโกอินเตอร์ ด้าน "เต้น" ซัดกลับ "อนุทิน" เลิกใช้วาทกรรม "วิ่งราวชาติ" หาเสียง

 


เชียงราย-พะเยา แตก แห่รับ "เพื่อไทย" แน่นขนัด "ยศชนัน" ประกาศสงครามล้างบางธุรกิจสีเทา คืนเกียรติพี่น้องชาวพะเยา พร้อมดันสินค้าท้องถิ่นโกอินเตอร์ ด้าน "เต้น" ซัดกลับ "อนุทิน" เลิกใช้วาทกรรม "วิ่งราวชาติ" หาเสียง


วันนี้ (31 ม.ค. 2569) พรรคเพื่อไทยเดินสายหาเสียงภาคเหนือต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเปิดเวทีปราศรัย 5 จุด ใน 2 จังหวัด คือ เชียงรายและพะเยา นำทีมโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ


ขบวนเริ่มการปราศรัยที่โรงเรียนปล้องวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อช่วย นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ (เขต 5 เบอร์ 1) และ นายสง่า พรมเมือง (เขต 7 เบอร์ 8) หาเสียง จากนั้นเดินทางต่อไปยังตลาดนัดบ้านหม้อ หลังโรงพยาบาลเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อช่วย นายวิชัย ไชยมงคล (เขต 1 เบอร์ 5), นายเกษียร ศรีจันทร์ (เขต 2 เบอร์ 3) และ นายอำนาจ วิชัย (เขต 3 เบอร์ 3) หาเสียง


สำหรับบรรยากาศที่ จ.พะเยา เป็นไปอย่างดุเดือดและคึกคักที่สุด ประชาชนแห่ฟังปราศรัยจนล้นพื้นที่นับหมื่นคน จน ศ.ดร.ยศชนัน ต้องยืนบนเก้าอี้เพื่อโบกมือทักทายประชาชนที่อยู่ด้านหลังสุด ท่ามกลางเสียงเฮตอบรับดังสนั่น พร้อมมอบพวงมาลัยดาวเรืองและพืชผลทางการเกษตรให้กำลังใจ


ที่เวที จ.พะเยา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปราศรัยด้วยความอัดอั้นตันใจถึงประเด็นที่ชาวพะเยาถูกด้อยค่าว่า "วันนี้มีเรื่องที่ทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดแทนพี่น้องชาวพะเยาที่สุด คือการที่มีคนพยายามสร้างภาพจำและกล่าวหาว่าพื้นที่นี้เป็นเมืองของสแกมเมอร์ เรื่องนี้คือการรังแกและทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชน"


"ผมยืนยันว่าจะลบคำสบประมาทนี้ด้วยการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย สร้างงานสร้างอาชีพที่สุจริต มั่นคง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคนพะเยามีศักยภาพ ไม่ใช่เมืองสีเทาอย่างที่ถูกกล่าวหา"


นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นปัญหาเรื้อรังว่า "พอเพื่อไทยไม่อยู่ ยาเสพติดมันกลับมา" ระบาดทำลายลูกหลาน พรรคเพื่อไทยจึงมีแนวทางชัดเจนคือ "เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย" นำไปบำบัดรักษา ส่วนผู้ค้าต้องจัดการเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ"


ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำนโยบายเศรษฐกิจว่า รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็น "เซลส์แมน" เจรจาการค้าเปิดตลาดใหม่โดยใช้ความต้องการตลาดโลก (Demand) นำการผลิต พร้อมสร้าง Platform E-commerce ภาครัฐ รองรับสินค้า OTOP, SME และวิสาหกิจชุมชน "เพื่อให้ของดีเมืองพะเยาไม่ได้ขายแค่หน้าบ้าน แต่ต้องไปไกลถึงตลาดโลก" โดยรัฐจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อ (Government Demand) ในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้พี่น้องตั้งตัวได้อย่างยั่งยืน


ช่วงหนึ่งนายจุลพันธ์ ได้แนะนำนายวิชัย ไชยมงคล ผู้สมัคร สส.พะเยา เขต 1 เบอร์ 5 ว่าเป็นเคยทำงานในสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะกับจังหวัดพะเยาที่จะมาดูแลประชาชน และจัดการกลุ่มธุรกิจสีเทาและยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ ซึ่งการันตีด้วยผลงานการปราบยาเสพติดตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ 


นอกจากนี้ยังมีอีกหลายนโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะพาประชาชนเดินไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นล้างหนี้ประชาชน, ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 %, คนไทยไร้จน ซึ่งจะสร้างความเข็มแข็งให้กับคนไทยทั้งประเทศ 


ทั้งนี้นายจุลพันธ์ ได้ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยไม่กลัวการซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จังหวัดพะเยาในครั้งนี้ เพราเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาชนะการเลือกตั้งได้จากนโบบาย จากผู้สมัคร สส.ที่มีคุณภาพ และ ศ.ดร.ยศชัน ว่าที่ผู้นำประเทศที่จะเดินหน้าด้วยนโยบายที่ทำได้


ชูนวัตกรรมแก้ปัญหาเชียงราย-สแกมเมอร์ชายแดน


ส่วนที่ จ.เชียงราย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ปราศรัยอ้อนขอคะแนนเสียงในฐานะคนเมือง พร้อมชูวิสัยทัศน์นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยตามแนวชายแดน


"เราจะใช้สัญญาณดาวเทียมมาดูแลความปลอดภัย ซึ่งเชื่อมโยงกับการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ โดยนักวิทยาศาสตร์คนนี้จะจัดการระบบให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องและอาสาสมัครทุกคน รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ทั้งระบบฝายกั้นน้ำและดินสไลด์ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้าช่วย"


ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยอย่างดุเดือด โจมตีรัฐบาลปัจจุบันว่าเป็น "รัฐบาลพิลึกที่สุด" หลังเกิดปรากฏการณ์หนูกินส้ม แล้วยังต้มส้มซ้ำด้วยการยุบสภา ไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญตามสัญญา พร้อมชูนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน" โดยนำเงินภาษีที่เก็บได้เพิ่มมาเป็นรางวัลจูงใจประชาชนในการสร้างฐานข้อมูล ไม่ใช่การแจกเงินหน้ามืด


ในช่วงหนึ่งที่เวที อ.เชียงคำ นายณัฐวุฒิ ได้ตอบโต้การปราศรัยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ ที่พาดพิงอดีตผู้นำพรรคเพื่อไทยว่า พรรคสีน้ำเงินใช้วิธีการหาเสียงแบบ "วิ่งราวชาติ" แล้วบอกว่ารักชาติอยู่พรรคเดียว ตนไม่เห็นด้วยกับการชี้หน้าด่าคนอื่นว่าไม่รักชาติ


"ผมบอกท่านกี่ครั้งแล้วว่าคนไทยต้องอยู่ฝ่ายเดียวกัน อย่าผลักไสคนอื่นไปเป็นคนชาติอื่น การหาเสียงแบบนี้คือการหวังผลการเมืองแต่สร้างความแตกแยก ผมยังไม่เคยเอาเรื่องผู้นำอีกประเทศที่เคยทำนายว่าไทยจะเปลี่ยนนายกฯ ใน 3 เดือน แล้วก็เกิดขึ้นจริงจนกลายเป็น 'รัฐบาลหนู' มาโจมตีเลย"


นายณัฐวุฒิ ทิ้งท้ายเรื่องคดีความว่า "บอกให้ระวังโดนฟ้อง ผมจะกลัวทำไมในเมื่อมีคดีรออยู่เพียบ แต่ยืนยันว่าเพื่อไทยไม่เคยตอกลิ่มความขัดแย้ง และ ศ.ดร.ยศชนัน จะเป็นผู้นำที่พาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้งนี้"


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #เชียงราย #พะเยา


















พรรคประชาชนเปิดปราศรัยใหญ่ภูเก็ต “โรม” ชี้ความพยายามขวางส้มไม่ให้เป็นรัฐบาลมาจากคนกลัวเสียประโยชน์ถ้าปัญหาประชาชนได้รับการแก้ไข ด้าน “ณัฐพงษ์” ขอชาวภูเก็ตกาให้พรรคส้มทั้งสองใบเหมือนเดิม เพราะถ้าไม่กาทั้งสองใบก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้

 


พรรคประชาชนเปิดปราศรัยใหญ่ภูเก็ต “โรม” ชี้ความพยายามขวางส้มไม่ให้เป็นรัฐบาลมาจากคนกลัวเสียประโยชน์ถ้าปัญหาประชาชนได้รับการแก้ไข ด้าน “ณัฐพงษ์” ขอชาวภูเก็ตกาให้พรรคส้มทั้งสองใบเหมือนเดิม เพราะถ้าไม่กาทั้งสองใบก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้


วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกระทู้ จ.ภูเก็ต คาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคใต้ 2 “บินหลาดง” นำโดย รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, ชุติมา คชพันธ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, รอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ สุนทร บุญยอด ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชนภูเก็ต ร่วมกับ สมชาติ เตชถาวรเจริญ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคประชาชน เบอร์ 3, เฉลิมพงศ์ แสงดี ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน เบอร์ 6 และ ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 3 พรรคประชาชน เบอร์ 2 โดยในการนี้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ได้ร่วมปราศรัยและพบปะประชาชนชาวภูเก็ต ที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยในวันนี้อย่างคับคั่งด้วย


ในส่วนของรังสิมันต์ ระบุว่าวันนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง คำถามที่ง่ายที่สุดคือนับจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์จนถึง 4 ปีข้างหน้าประเทศไทยอยากได้อนาคตแบบไหน แบบเดิมหรือแบบใหม่ ถ้าอยากได้อนาคตแบบใหม่วันนี้มีแค่ตัวเลือกเดียวนั่นคือพรรคประชาชน ปี 2566 พรรคสีส้มชนะเลือกตั้งแล้ว แต่ที่เขาไม่ยอมให้เราเป็นรัฐบาล เขาอ้างว่าเราเป็นภัยคุกคามต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ สว. ที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศว่าถ้าเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรสนับสนุนใคร สว. ก็จะโหวตให้ แต่ปรากฏว่าพอพิธาชนะเขาก็ไม่โหวตให้ เหตุผลเดียวที่เขาไม่ยอมให้พรรคส้มเป็นรัฐบาล ไม่ต้องอ้างเหตุผลอะไรทั้งนั้น มีแค่เหตุผลเดียวคือเขากลัว


ทุกคนเห็นปัญหาความไม่เท่าเทียมของการกระจายงบประมาณ การกระจายอำนาจ การทุจริต เศรษฐกิจปากท้อง และปัญหาต่างๆ ทุกปัญหาที่กล่าวมาล้วนแต่มีคนที่เสียประโยชน์และคนที่ได้ประโยชน์ คนส่วนน้อยของประเทศนี้เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ทุกคนคนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ ประเด็นก็คือถ้าพรรคสีส้มได้เป็นรัฐบาล พวกที่ได้ประโยชน์แบบที่ตนว่ามารู้ดีว่าคุยกับพรรคนี้ไม่ได้ เคลียร์กับพรรคนี้ไม่ได้ บังคับพิธาให้ยอมไม่ได้ และรู้ว่าถ้าพรรคการเมืองนี้มีอำนาจเมื่อไหร่อำนาจของประชาชนจะสูงสุดทันที


รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่าปีนี้คนเหล่านี้ก็นำความกลัวเดิมมาใช้ กลัวว่าถ้าพรรคการเมืองนี้ขึ้นสู่อำนาจ ฉายาที่บอกว่า “เท้งมันเอาตายแน่” จะเอาตายจริงๆ วันนี้เราคุยกันเรื่องปัญหาฟรีวีซ่าที่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพเข้ามา สิ่งเหล่านี้มีคนได้ประโยชน์และมีการทุจริตแน่นอน พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไม่มีคุณภาพ ชาวบ้านทุกคนรู้ ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐก็รู้ ปัญหายาเสพติดที่ระบาดเต็มไปหมดเจ้าหน้าที่รัฐรู้แน่นอน แต่เหตุผลที่ภาครัฐไม่ทำอะไรก็เพราะเขาต้องการเงินไปซื้อตั๋ว ส่วนนักการเมืองก็ต้องการเงินไปซื้อเสียง สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เป็นลำไพ่พิเศษ เป็นท่อน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงบรรดาคนชั่วที่อยู่ในระบบราชการและนักการเมืองเลวที่อยู่ในการเมือง


คนเหล่านี้รู้ดีว่าสิ่งที่พรรคประชาชนกำลังทำคือการสร้างยุคสมัยใหม่ ทำให้ประเทศไทยออกจากบ่วงเหล่านี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าปัญหาการทุจริตที่เป็นมารดาของสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงจะต้องถูกกำจัด พรรคประชาชนภายใต้การนำของณัฐพงษ์ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป สัญญาได้ว่าสิ่งผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นทุนสีเทาทุนสีดำถ้า พรรคประชาชนมีอำนาจรับรองจัดการราบคาบแน่นอน ที่พูดมาทั้งหมดตนยืนยันได้ว่าพรรคประชาชนไม่มีคำว่าตระบัดสัตย์แน่นอน ไม่มีพูดแล้วไม่ทำ ปัญหาทั้งหมดเป็นเรื่องที่จัดการได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง สส. ธรรมดา แต่คือการเลือกว่าตกลงแล้วประชาชนอยากได้รัฐบาลแบบไหน อยากได้รัฐบาลที่นำโดยณัฐพงษ์ ที่นำโดยอนุทิน หรือที่นำโดยธรรมนัส มีแค่สามตัวเลือกนี้ ถ้าประชาชนอยากได้ความเปลี่ยนแปลง อยากได้คนที่จะเข้าไปทำหน้าที่ ไม่เคยมีประวัติมัวหมองเรื่องการทุจริต มีวิสัยทัศน์แห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นนักการเมืองที่คนเดิมๆ และกลุ่มผลประโยชน์เดิมๆ กลัว ต้องเลือกพรรคประชาชนเท่านั้น


รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่าเขาพยายามใส่ร้ายพรรคประชาชนทุกรูปแบบ ทุกคนต้องช่วยกันทำให้คำใส่ร้ายทั้งหลายที่พยายามขุดกันมาสร้างกันมาไม่มีวันประสบความสำเร็จ การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ ไม่ใช่แค่ชนะให้มากที่สุดแต่ต้องชนะให้ขาด ให้อันดับสองไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคประชาชนได้ แล้วครั้งนี้ สว. ไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยจะเปลี่ยน พรรคประชาชนยังมีความพร้อม มีนโยบายกว่า 200 นโยบาย ในเมื่อคนเหล่านี้เคยมีอำนาจไปเป็นรัฐมนตรี มีโอกาสมากมายแล้วแต่ทำไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ช่วยเลือกคนใหม่ ให้คนเก่าได้เป็นฝ่ายค้านเสียบ้าง


หลังจากวันนี้ไปเวลาที่เหลืออยู่ทุกคนต้องช่วยกันบอกต่อให้มาก และวันเลือกตั้งอย่าไปคนเดียว ช่วยกันพากันไป แล้วรับรองได้ว่า 8 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นวันเปลี่ยนแปลงประเทศไทย และเวลาที่เขานับคะแนนอย่าลืมไปเฝ้าหีบเลือกตั้งด้วย มันคือมรดกของพวกเราทุกคน ไม่ใช่เฉพาะของคนรุ่นเรา แต่คือมรดกของคนทุกรุ่น


ในส่วนของณัฐพงษ์ ระบุว่าคำว่ากาเพื่อเปลี่ยนที่พรรคประชาชนใช้วันนี้ หมายความว่าถ้ากาแบบเดิมก็ได้แบบเดิม ถ้ากาพรรคส้มจะได้รัฐบาลประชาชน ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสอนให้เรารู้แล้วว่าถ้าไม่กาพรรคส้มการเมืองแบบเดิมก็จะกลับมาแน่นอน การเลือกตั้งครั้งนี้ตนอยากให้ชาวภูเก็ตภูมิใจกับพวกเรา ครั้งที่แล้วชาวภูเก็ตมอบคะแนนให้กับพรรคส้มทั้งหัวใจ ทั้งสามเขตและสองใบ การเลือกตั้งครั้งที่แล้วชาวภูเก็ตและชาวใต้แสดงออกให้เห็นแล้วว่าอยากได้การเมืองที่โปร่งใส ตนเชื่อในหัวใจของชาวภูเก็ตและชาวใต้ทุกคน เราอยากได้การเมืองที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา แต่คราวที่แล้วตนเข้าใจดีว่าทุกคนยังไม่เห็นว่าก่อนกับหลังเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร


ในการเลือกตั้งปี 2566 เสียงของประชาชนแสดงออกว่ากาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ที่ไม่เหมือนเดิมเพราะคนไทยตื่นรู้หมดแล้ว ครั้งนี้เราเลยประกาศชัดว่าเราเอาจริง ตนมั่นใจในผู้สมัครทั้ง 3 คนว่าจะสามารถปักธงส้มด้วยคะแนนเสียงของชาวภูเก็ตได้อีกครั้งแน่นอน แต่ตนก็อยากให้ภูเก็ตเป็นแบบอย่าง ขยายฐานเสียงของธงส้มออกไปอีกให้ไกลที่สุด กระบี่เป็นจังหวัดหนึ่งที่คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคส้มชนะทุกเขต แต่คะแนนเขตครั้งที่แล้วเรายังปักธงส้มไม่ได้ การจะเปลี่ยนได้จึงต้องกาพรรคประชาชนทั้งสองใบ


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าเมื่อสักครู่ตนได้ติดตามฟัง ภูเก็ตยังมีปัญหาอีกหลายอย่างที่อยากพัฒนาให้ดีขึ้น เตาเผาขยะตนก็เคยไปดูมากับตา ขยะก็ยังล้นเมือง น้ำเสียก็ยังปล่อยลงทะเล รถก็ยังติด เศรษฐกิจสีเทาก็ยังมี นี่คือสิ่งที่เราอยากเข้ามาจัดการและแก้ไขร่วมกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ตนยืนยันว่าต้องใช้รัฐบาลประชาชนที่เอาจริงเอาจังกับวาระของประชาชนเป็นตัวตั้ง ผลักดันการปราบปรามการทุจริต เอาสีเทาออกจากจังหวัดภูเก็ต ผลักดันการกระจายอำนาจ ไม่หวงงบประมาณที่กระทรวงมหาดไทย เอาอำนาจและเงินมาอยู่ในเกาะภูเก็ต ให้ภูเก็ตจัดการตนเองได้ ตนเชื่อว่าถ้าทำเช่นนี้ได้ตั้งแต่สมัยที่แล้วเราแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้เยอะแล้ว


การเลือกตั้งครั้งนี้ตนอยากให้ทุกคนเลือกด้วยความหวัง เลือกเพื่อการเปลี่ยนแปลง เชื่อในพลังของประชาชน สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีวันหวนกลับ และครั้งนี้ความสำเร็จอยู่ต่อหน้าทุกคน เพราะไม่มี สว. มาโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นครั้งนี้กาสองใบเปลี่ยนได้แน่นอน ผู้สมัครข้างตนทุกคนมีนโยบายดีๆ ที่อยากทำให้ภูเก็ต เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่นายกรัฐมนตรีจะมาช่วยทั้งสามคนแน่นอน ขณะที่ทุกคนต้องการการเมืองโปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณในภาคใต้หลายโครงการล้วนมีแต่เรื่องที่เจ็บปวด ทั้งสนามกีฬาร้าง ทั้งท่าเรือร้าง ทั้งสุสานเรือจอดทิ้งร้างไม่ได้ใช้งาน ทั้งอควาเรียมร้าง รักชาติต้องรักประชาชน นักการเมืองคนไหนปากบอกรักชาติแต่เข้าไปทุจริตอย่าไปเชื่อ หลายพันล้านบาทที่เสียไปเหล่านี้ถ้าตกมาถึงมือทุกคน ภูเก็ตจะมีเตาเผาขยะ บ่อบำบัดน้ำเสีย การจัดการขนส่งสาธารณะ และผังเมืองที่ดีกว่านี้


ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าทุกคนกำลังอยู่ในหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย ที่ผ่านมาการเมืองแบ่งเราเป็นฝักเป็นฝ่าย แต่ 2 ปีที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้วทำลายความหวังของประชาชนทุกภาคในประเทศไทยที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา เราเดินทางมาระยะเวลาไม่นานก็จริงแต่เราได้พิสูจน์แล้วว่า 7 ปีนี้พวกเราไม่เคยทรยศประชาชนแม้แต่วินาทีเดียว ขอให้ทุกคนเชื่อในพลังของประชาชน เชื่อในพลังของตัวเราเอง ถ้าทุกคนเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเรานำเสนอ กับการทำให้คนเท่ากัน กับการทำให้ภูเก็ตจัดการตนเองได้ กับการทำให้งบประมาณอยู่ในจังหวัด ตกถึงไม้ถึงมือคนในจังหวัดทุกคน กับการเอาสีเทาออกจากการเมือง กับการทำการเมืองให้โปร่งใส กับการทำนโยบายเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ กับการทำค่าไฟให้ถูกลง ถ้าเห็นด้วยกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ขอให้เชื่อในพลังของตัวเอง ครั้งนี้เราเปลี่ยนได้แน่นอน


เสียงของตนดังไม่พอ ตนมีภารกิจให้หัวคะแนนธรรมชาติช่วยกันทำ ภารกิจแรก ใครที่ครั้งที่แล้วกาให้กลับเราแค่ครึ่งใจ ช่วยบอกเขาว่าครั้งนี้ไม่ต้องลังเล กาให้พรรคส้มทั้งสองใบเท่านั้นถึงจะเปลี่ยนได้ ถ้าผลการเลือกตั้งออกมาเป็นแบบครั้งที่แล้วเราเปลี่ยนไม่ได้ ปาร์ตี้ลิสต์ 400,000 ได้ สส. หนึ่งคน แต่ สส. เขต 40,000 คะแนนได้ สส. หนึ่งคนแน่นอน ขอให้ช่วยกันบอกต่อ ถ้าอยากได้รัฐบาลประชาชนภารกิจอย่างแรกคือการบอกทุกคนให้กาพรรคส้มทั้งสองใบ อีกใบขอให้เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเดินหน้าให้ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่ดีกว่านี้ มีการถ่วงดุลตรวจสอบดีกว่านี้ นักการเมืองที่โกงกินประเทศจะต้องได้ถูกตรวจสอบอย่างแท้จริง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์  #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน