วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

เชียงราย-พะเยา แตก แห่รับ "เพื่อไทย" แน่นขนัด "ยศชนัน" ประกาศสงครามล้างบางธุรกิจสีเทา คืนเกียรติพี่น้องชาวพะเยา พร้อมดันสินค้าท้องถิ่นโกอินเตอร์ ด้าน "เต้น" ซัดกลับ "อนุทิน" เลิกใช้วาทกรรม "วิ่งราวชาติ" หาเสียง

 


เชียงราย-พะเยา แตก แห่รับ "เพื่อไทย" แน่นขนัด "ยศชนัน" ประกาศสงครามล้างบางธุรกิจสีเทา คืนเกียรติพี่น้องชาวพะเยา พร้อมดันสินค้าท้องถิ่นโกอินเตอร์ ด้าน "เต้น" ซัดกลับ "อนุทิน" เลิกใช้วาทกรรม "วิ่งราวชาติ" หาเสียง


วันนี้ (31 ม.ค. 2569) พรรคเพื่อไทยเดินสายหาเสียงภาคเหนือต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเปิดเวทีปราศรัย 5 จุด ใน 2 จังหวัด คือ เชียงรายและพะเยา นำทีมโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ


ขบวนเริ่มการปราศรัยที่โรงเรียนปล้องวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อช่วย นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ (เขต 5 เบอร์ 1) และ นายสง่า พรมเมือง (เขต 7 เบอร์ 8) หาเสียง จากนั้นเดินทางต่อไปยังตลาดนัดบ้านหม้อ หลังโรงพยาบาลเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อช่วย นายวิชัย ไชยมงคล (เขต 1 เบอร์ 5), นายเกษียร ศรีจันทร์ (เขต 2 เบอร์ 3) และ นายอำนาจ วิชัย (เขต 3 เบอร์ 3) หาเสียง


สำหรับบรรยากาศที่ จ.พะเยา เป็นไปอย่างดุเดือดและคึกคักที่สุด ประชาชนแห่ฟังปราศรัยจนล้นพื้นที่นับหมื่นคน จน ศ.ดร.ยศชนัน ต้องยืนบนเก้าอี้เพื่อโบกมือทักทายประชาชนที่อยู่ด้านหลังสุด ท่ามกลางเสียงเฮตอบรับดังสนั่น พร้อมมอบพวงมาลัยดาวเรืองและพืชผลทางการเกษตรให้กำลังใจ


ที่เวที จ.พะเยา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปราศรัยด้วยความอัดอั้นตันใจถึงประเด็นที่ชาวพะเยาถูกด้อยค่าว่า "วันนี้มีเรื่องที่ทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดแทนพี่น้องชาวพะเยาที่สุด คือการที่มีคนพยายามสร้างภาพจำและกล่าวหาว่าพื้นที่นี้เป็นเมืองของสแกมเมอร์ เรื่องนี้คือการรังแกและทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชน"


"ผมยืนยันว่าจะลบคำสบประมาทนี้ด้วยการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย สร้างงานสร้างอาชีพที่สุจริต มั่นคง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าคนพะเยามีศักยภาพ ไม่ใช่เมืองสีเทาอย่างที่ถูกกล่าวหา"


นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นปัญหาเรื้อรังว่า "พอเพื่อไทยไม่อยู่ ยาเสพติดมันกลับมา" ระบาดทำลายลูกหลาน พรรคเพื่อไทยจึงมีแนวทางชัดเจนคือ "เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย" นำไปบำบัดรักษา ส่วนผู้ค้าต้องจัดการเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ"


ศ.ดร.ยศชนัน เน้นย้ำนโยบายเศรษฐกิจว่า รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็น "เซลส์แมน" เจรจาการค้าเปิดตลาดใหม่โดยใช้ความต้องการตลาดโลก (Demand) นำการผลิต พร้อมสร้าง Platform E-commerce ภาครัฐ รองรับสินค้า OTOP, SME และวิสาหกิจชุมชน "เพื่อให้ของดีเมืองพะเยาไม่ได้ขายแค่หน้าบ้าน แต่ต้องไปไกลถึงตลาดโลก" โดยรัฐจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อ (Government Demand) ในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้พี่น้องตั้งตัวได้อย่างยั่งยืน


ช่วงหนึ่งนายจุลพันธ์ ได้แนะนำนายวิชัย ไชยมงคล ผู้สมัคร สส.พะเยา เขต 1 เบอร์ 5 ว่าเป็นเคยทำงานในสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะกับจังหวัดพะเยาที่จะมาดูแลประชาชน และจัดการกลุ่มธุรกิจสีเทาและยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ ซึ่งการันตีด้วยผลงานการปราบยาเสพติดตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ 


นอกจากนี้ยังมีอีกหลายนโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะพาประชาชนเดินไปข้างหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นล้างหนี้ประชาชน, ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 %, คนไทยไร้จน ซึ่งจะสร้างความเข็มแข็งให้กับคนไทยทั้งประเทศ 


ทั้งนี้นายจุลพันธ์ ได้ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยไม่กลัวการซื้อเสียงในการเลือกตั้งที่จังหวัดพะเยาในครั้งนี้ เพราเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาชนะการเลือกตั้งได้จากนโบบาย จากผู้สมัคร สส.ที่มีคุณภาพ และ ศ.ดร.ยศชัน ว่าที่ผู้นำประเทศที่จะเดินหน้าด้วยนโยบายที่ทำได้


ชูนวัตกรรมแก้ปัญหาเชียงราย-สแกมเมอร์ชายแดน


ส่วนที่ จ.เชียงราย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ปราศรัยอ้อนขอคะแนนเสียงในฐานะคนเมือง พร้อมชูวิสัยทัศน์นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยตามแนวชายแดน


"เราจะใช้สัญญาณดาวเทียมมาดูแลความปลอดภัย ซึ่งเชื่อมโยงกับการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ โดยนักวิทยาศาสตร์คนนี้จะจัดการระบบให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องและอาสาสมัครทุกคน รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ทั้งระบบฝายกั้นน้ำและดินสไลด์ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้าช่วย"


ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยอย่างดุเดือด โจมตีรัฐบาลปัจจุบันว่าเป็น "รัฐบาลพิลึกที่สุด" หลังเกิดปรากฏการณ์หนูกินส้ม แล้วยังต้มส้มซ้ำด้วยการยุบสภา ไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญตามสัญญา พร้อมชูนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน" โดยนำเงินภาษีที่เก็บได้เพิ่มมาเป็นรางวัลจูงใจประชาชนในการสร้างฐานข้อมูล ไม่ใช่การแจกเงินหน้ามืด


ในช่วงหนึ่งที่เวที อ.เชียงคำ นายณัฐวุฒิ ได้ตอบโต้การปราศรัยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ ที่พาดพิงอดีตผู้นำพรรคเพื่อไทยว่า พรรคสีน้ำเงินใช้วิธีการหาเสียงแบบ "วิ่งราวชาติ" แล้วบอกว่ารักชาติอยู่พรรคเดียว ตนไม่เห็นด้วยกับการชี้หน้าด่าคนอื่นว่าไม่รักชาติ


"ผมบอกท่านกี่ครั้งแล้วว่าคนไทยต้องอยู่ฝ่ายเดียวกัน อย่าผลักไสคนอื่นไปเป็นคนชาติอื่น การหาเสียงแบบนี้คือการหวังผลการเมืองแต่สร้างความแตกแยก ผมยังไม่เคยเอาเรื่องผู้นำอีกประเทศที่เคยทำนายว่าไทยจะเปลี่ยนนายกฯ ใน 3 เดือน แล้วก็เกิดขึ้นจริงจนกลายเป็น 'รัฐบาลหนู' มาโจมตีเลย"


นายณัฐวุฒิ ทิ้งท้ายเรื่องคดีความว่า "บอกให้ระวังโดนฟ้อง ผมจะกลัวทำไมในเมื่อมีคดีรออยู่เพียบ แต่ยืนยันว่าเพื่อไทยไม่เคยตอกลิ่มความขัดแย้ง และ ศ.ดร.ยศชนัน จะเป็นผู้นำที่พาคนไทยก้าวข้ามความขัดแย้งนี้"


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #เชียงราย #พะเยา