วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

คดีบ้านพักสวัสดิการทหารไม่คืบ! ‘ปดิพัทธ์’ นำผู้เสียหายยื่นหลักฐานต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ หวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ความเป็นธรรม หลังเคยยื่นสำนักนายกฯ แต่เรื่องเงียบ

 


คดีบ้านพักสวัสดิการทหารไม่คืบ! ‘ปดิพัทธ์’ นำผู้เสียหายยื่นหลักฐานต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ หวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ความเป็นธรรม หลังเคยยื่นสำนักนายกฯ แต่เรื่องเงียบ


วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้อภิปรายตามมาตรา 152 ในสภาชุดที่ผ่านมา กรณีการทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งนำไปสู่เหตุกราดยิงโคราชเมื่อปี 2563 พร้อมด้วยคุณก้อย (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย และทนายความ เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตลิ่งชัน) เพื่อยื่นหลักฐานคดีทุจริตบ้านพักสวัสดิการทหาร หลังจากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เคยยื่นหลักฐานไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำท้าของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เรื่องกลับเงียบ


ปดิพัทธ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า จากการอภิปรายในวันนั้น พล.อ. ประยุทธ์ แจ้งว่าหากมีหลักฐานก็ให้นำไปยื่นแล้วจะดำเนินการ แต่ผ่านมาถึงวันนี้ กลับไม่มีความเคลื่อนไหวหรือการดำเนินการใด ผนวกกับช่วงที่ผ่านมาคุณก้อยต้องเผชิญกับความอยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นศาลทหาร การถูกกดดันในรูปแบบต่างๆ วันนี้จึงเดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อยื่นหลักฐานและเรียกร้องความยุติธรรมในอีกช่องทางหนึ่ง


นี่เป็นเพียงหนึ่งในผู้ประกอบการที่ถูกกระทำในลักษณะนี้ ทำให้เห็นช่องโหว่ในกระบวนการยุติธรรมว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะทหารกระทำความผิดและมีหลักฐานชัดเจน ตั้งกรรมการสอบกันเอง ทำให้หลายอย่างอยู่ในความคลุมเครือ ประชาชนคนหนึ่งจะดำเนินคดีเป็นเรื่องลำบากมาก ไม่ได้รับความยุติธรรม ทำให้เห็นความจำเป็นของการปฏิรูปกองทัพ ร่างกฎหมายต่างๆ ที่พรรคก้าวไกลนำเสนอ จะเป็นส่วนหนึ่งทำให้กลไกเหล่านี้ทำงานได้ดีขึ้น


ด้านทนายความให้รายละเอียดของคดีว่า ครั้งนี้ได้ยื่นฟ้องข้าราชการที่เป็นทหารในกรมสวัสดิการทหารบกจำนวน 23 ราย และพลเรือนอีก 2 ราย ด้วยข้อหาเจ้าพนักงานเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งข้าราชการที่ว่านั้นมีตั้งแต่ยศระดับนายพลจนถึงเจ้าพนักงาน โดยมีการกระทำความผิดถึง 200 ครั้ง เป็นมูลค่าความเสียหายถึง 44 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการร้องเรียนผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่เรื่องไม่คืบ จึงเดินทางมาฟ้องร้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ


ขณะที่คุณก้อย ผู้เสียหาย กล่าวขอบคุณปดิพัทธ์ เนื่องจากต้องต่อสู้เรื่องนี้เพียงคนเดียวมาตั้งแต่ปี 2563 โดยเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นการต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลและผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ตนไม่ได้เหมารวมทั้งกองทัพ เพราะคนที่ทำมีแค่ทหารบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่านั้นถึงปกป้องคนกลุ่มนี้ จึงหวังว่าศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม


"ขอบคุณ ส.ส. ซึ่งเป็นผู้แทนเพื่อประชาชน เราต่อสู้ตัวคนเดียวก่อนเกิดเหตุกราดยิงปี 2563 ด้วยซ้ำ ไปมาทุกช่องทางแล้ว แต่ทั้งนี้ก็เป็นผลดี หลังจาก ส.ส.ปดิพัทธ์อภิปราย มีทนายเข้ามาช่วยเหลือ ครั้งนี้หวังว่าศาลอาญาคดีทุจริตฯ จะเป็นที่พึ่งสุดท้าย” ผู้เสียหายกล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ก้าวไกล

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ “พ่อจะกลับมาแล้ว 10 ส.ค. นี้”

 


"อุ๊งอิ๊ง" โพสต์ "พ่อจะกลับมาแล้ว 10 ส.ค. นี้ ที่สนามบินดอนเมือง"

วันที่ 26 กรกฎาคม ของทุกปี คนเสื้อแดงทั่วประเทศที่รักและให้ความเคารพ ดร.ทักษิณ ชินวัตร จะมีการอวยพรรวมทั้งจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดให้ทุกปี หลังจากที่ ดร.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 17 ปีมาแล้ว และในปีนี้เองที่มีข่าวว่า ดร.ทักษิณ จะกลับประเทศไทย โดยยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีความต่าง ๆ ตามขั้นตอนปกติ


โดยเช้าวันนี้ ที่เพจ Ing Shinawatra น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความว่า “พ่อจะกลับมาแล้ว” โดยมีรายละเอียด ความว่า


26 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของลูกเสมอ แต่ปีนี้ลูกยังไม่อยากเชื่อตัวเอง ในสิ่งที่ลูกกำลังจะพิมพ์ พ่อจะกลับมาแล้ว วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามบินดอนเมือง


17 วันเกิดที่ต่างประเทศของพ่อ ลูกพลาดไปแค่ 2 ครั้ง ถ้ารวมครั้งปีนี้คือครั้งที่ 3 เพราะต้องเตรียมหลายอย่างที่เมืองไทย ใจของลูกและทุกคนในครอบครัวเราหนักอึ้ง ทั้งดีใจ ทั้งเป็นห่วง แต่ก็เคารพการตัดสินใจของพ่อเสมอ ลูกขอให้บุญรักษานะคะ ให้พ่อของลูกแข็งแรงปลอดภัย ได้มาส่งหลานๆ ไปโรงเรียนบ่อยๆ เหมือนที่พ่อตั้งใจไว้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายใจดีกับพ่อของลูก เหมือนที่พ่อใจดีกับทุกคนเสมอ รักพ่อที่สุดในโลก


สำหรับพี่น้องที่อ่านมาถึงตรงนี้ คุณพ่อเป็นคนไทยคนหนึ่ง เป็นนายกฯที่ถูกพูดถึงว่ามีผลงานมากที่สุด และประสบชะตากรรม ถูกกระทำแสนสาหัส การตัดสินใจกลับบ้านครั้งนี้ เป็นสิ่งที่คุณพ่อพูดอย่างจริงจังต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2565 แม้จะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และในฐานะคนไทยคนนึง แต่คำนึงถึงอย่างที่สุด ต่อความสบายใจ และกังวล ห่วงใย ของทุกคนค่ะ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #tonywoodsome 

ผลโพล #เยาวชนปลดแอก รอได้ 10 เดือน ชี้ ดีกว่าอยู่กับเผด็จการไปชั่วลูกชั่วหลาน

 


ผลโพล #เยาวชนปลดแอก รอได้ 10 เดือน ชี้ ดีกว่าอยู่กับเผด็จการไปชั่วลูกชั่วหลาน


วันนี้ (26 กรกฎาคม 2566) ที่เพจ เยาวชนปลดแอก Free YOUTH ได้เผยแพร่ผลการทำโพลที่ได้เปิดให้ประชาชนได้แสดงความเห็นผ่าน 3 ช่องทาง ทั้งทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ ซึ่งหัวข้อในการทำโพลครั้งนี้คือ "เห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอให้ชะลอการตั้งรัฐบาลไป 10 เดือน จนกว่าสว.จะพ้นวาระ?" โดยมีประชาชนเข้าร่วมแสดงความเห็น 21,666 คน ซึ่งมีผลสรุปดังนี้


เห็นด้วย   20,021 เสียง คิดเป็น 92.41%

ไม่เห็นด้วย 1,645 เสียง คิดเป็น   7.59%


โดยเพจ เยาวชนปลดแอก Free YOUTH ได้โพสต์ความว่า


แลนด์สไลด์! จากผู้เข้าร่วมโหวตกว่า 21,666 คน ผลโหวตชี้ชัด “เจ้าต้องต่อต้าน ไม่ใช่เข้าร่วม” รอ 10 เดือน ดีกว่าต้องอยู่กับเผด็จการไปชั่วลูกชั่วหลาน


เพื่อไม่ให้มีเสียงจากสว.ลากตั้งมาร่วมโหวตนายก “ตัวเลข 10 เดือนเป็นเพียงกรณีที่เป็น Worst case scenario” ดังที่กัณวีร์ สืบแสงผู้เสนอข้อเสนอรอ 10 เดือนจนกว่าสว.จะระเหิดหายดังกล่าวได้กล่าวไว้


ซึ่งอาจเร็วกว่า 10 เดือนหากสว. “ยอมกำจัดตัวเอง” หรือถูกไล่ออกไปโดยประชาชน เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าหากไร้ซึ่งเสียงของสว.ลากตั้ง “8 พรรคร่วม” ย่อมโหวตนายกผ่านได้แบบฉิว


การยืนยันในหลักการประชาธิปไตยเช่นนี้ จะเป็นการส่งแรงกดดันไปที่สว.และองคาพยพฝ่ายเผด็จการว่า หากต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้าจริง และห่วงประเทศชาติจริง จะต้องโหวตนายกที่มาจากเสียงของประชาชน และส่งเสียงไปยังพรรคที่เคยให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะหยุดการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ว่าจะต้องไม่เข้าร่วมกับเผด็จการเด็ดขาด


นี่ไม่ใช่เป็นการเอาประเทศไทยมาเป็นตัวประกัน แต่เพราะการตั้งรัฐบาลที่มีขั้วสนับสนุนเผด็จการเดิมมาร่วมด้วย ก็ไม่ใช่การรับประกันอนาคตที่ประชาธิปไตยจะได้เติบโต ปากท้องของผู้คนจะดีขึ้นภายใต้การเมืองที่มีเสถียรภาพ


หากวันก่อนกล่าวว่า “ต้องถามประชาชน” วันนี้เราได้เปิดให้ประชาชนได้ส่งเสียงใน 3 Platforms ทั้ง Facebook, Instagram และ Twitter แล้ว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ตั้งรัฐบาล 


มติที่ประชุม สส. ก้าวไกล เสนอใช้กลไกสภาหาทางออก ยื่นญัตติทบทวนมติรัฐสภาตีความข้อบังคับฯ ข้อ 41ปลดล็อกเสนอนายกฯ ซ้ำได้

 


มติที่ประชุม สส. ก้าวไกล เสนอใช้กลไกสภาหาทางออก ยื่นญัตติทบทวนมติรัฐสภาตีความข้อบังคับฯ ข้อ 41ปลดล็อกเสนอนายกฯ ซ้ำได้


วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ในช่วงหนึ่งของการประชุม สส.พรรคก้าวไกล ได้หารือถึงแนวทางของพรรคต่อกรณีที่ที่ประชุมรัฐสภามีมติเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ว่าการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ภายใต้การกำกับของข้อบังคับฯ ข้อ 41 ประกอบข้อ 151


โดยเรื่องนี้มี สส. แสดงความเห็นหลายคน สรุปไปในทางเดียวกันว่า พรรคก้าวไกลเห็นสอดคล้องกับนักวิชาการด้านนิติศาสตร์จำนวนมากที่ได้แสดงไว้ก่อนหน้านี้ ว่ามติรัฐสภาดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ และสภาฯ สามารถแก้ไขได้เอง ไม่จำเป็นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพราะเท่ากับทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแทรกแซงการวินิจฉัยตีความของรัฐสภา หรือมีอำนาจเหนือสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 


ดังนั้น พรรคก้าวไกลเห็นว่ากรณีนี้สามารถใช้กลไกสภาฯ ในการหาทางออก ผ่านการยื่นญัตติให้รัฐสภาทบทวนมติที่เคยมีไปแล้ว โดย สส. พรรคก้าวไกลจะดำเนินการในการประชุมรัฐสภาครั้งถัดไป ทั้งนี้ หากที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบกับญัตติที่พรรคก้าวไกลเสนอ จะเป็นการปลดล็อกความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น ทำให้การเสนอนายกฯ ไม่ต้องผูกพันกับมติเดิมของที่ประชุมอีกต่อไป สามารถเสนอบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ ซ้ำได้ 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #โหวตนายก #มติสภา

วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

‘ชัยธวัช’ ลั่น “ทำงานร่วมกันต้องไว้ใจกัน’ เชื่อ หาก ‘พท.- กก.’ จับมือกันแน่น ไม่เกิด รบ.เสียงข้างน้อย

“พิธา” เข้าร่วมประชุม สส. พรรคก้าวไกล ที่ไทยซัมมิท เผยใช้ช่วงเวลานี้กับประชาชนให้มากที่สุด การเมืองยังไม่ชัดเจน แต่ความเดืดร้อนของประชาชนชัดเจน

นพ.เหวง โตจิราการ : ขอ 8 พรรคร่วมจับมือกันให้แน่น อย่าทรยศสัญญาประชาคม ที่เคยให้ไว้กับประชาชน