รมว.ยุติธรรม
ตอบกระทู้ “สว.เทวฤทธิ์” แจงเหตุ DSI งดการสอบสวน คดีเสื้อแดง 53
ไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่
11 พฤษภาคม 2569 สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย ได้ตั้งกระทู้ถาม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เรื่อง
สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
(นปช.) เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
และแนวทางเร่งรัดการดำเนินคดีหรือดำเนินการส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความ
โดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับความเป็นธรรม” นั้น
ความตอนหนึ่งในการตอบกระทู้ถามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
กล่าวถึงคดีที่เกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะคดีกลุ่มที่ 3
ที่ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด
เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป 3 คดี
และการดำเนินคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นงดการสอบสวน เนื่องจากยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด
และได้ส่งสำนวนสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการมีความเห็นให้งดการสอบสวน
และให้สืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีภายในอายุความ
ต่อมา
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 สว.เทวฤทธิ์ ได้ถามเพิ่มเติมดังนี้
1.
คดีกลุ่มที่ 3 นี้ มีความคืบหน้าในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีหรือไม่?
อย่างไร? ขอทราบรายละเอียด
2.
ด้วยเหลือระยะเวลาไม่ถึง 4 ปี คดีก็จะหมดอายุความ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะ DSI
มีแนวทางในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีภายในอายุความตามความเห็นของพนักงานอัยการหรือไม่?
อย่างไร? ขอทราบรายละเอียด
ต่อมา
วันที่ 6 ส.ค. 2569 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำตอบกระทู้ของ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา
ซึ่ง สว.เทวฤทธิ์ ได้โพต์ข้อความที่เพจ บัส เทวฤทธิ์ ความว่า
เมื่อวันที่
6 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำตอบกระทู้ของ พลตำรวจโท
รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ซึ่งตอบกระทู้ที่ผมตั้งคำถามต่อเนื่องจากกระทู้ที่
รมว.ยุติธรรมเคยมาตอบผมที่วุฒิสภา
ถึงความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2553
โดยกระทู้ผมได้ถามถึงคดีกลุ่มที่
3 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน
3 คดี
หลังจากที่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการได้มีความเห็นพ้องให้
"งดการสอบสวน" เนื่องจากยังไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้
โดยย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งว่า คดีดังกล่าวเหลือระยะเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีก็จะขาดอายุความแล้ว ทางกระทรวงยุติธรรมและ DSI มีแนวทางในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ทันก่อนหมดอายุความอย่างไร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ได้ตอบกระทู้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่า สำหรับคดีในกลุ่มที่ 3 ทาง DSI
ได้พยายามดำเนินการอย่างถึงที่สุดแล้ว
แต่ต้องงดการสอบสวนไปเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
"พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่จนถึงที่สุดแล้ว
โดยผลการพิจารณาปรากฏว่า
ยังไม่พบพยานหลักฐานเพียงพอที่จะระบุตัวผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินคดีได้
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงมีความเห็นควร 'งดการสอบสวน'
ซึ่งพนักงานอัยการได้พิจารณาและมีความเห็นพ้องให้งดการสอบสวนคดีดังกล่าวแล้ว"
รมว.ยุติธรรม ตอบ พร้อมย้ำว่า
หากในอนาคตมีพยานหลักฐานใหม่หรือมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดได้
ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษก็พร้อมที่จะดำเนินการสอบสวนต่อทันที เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย
สำหรับประเด็นเรื่องอายุความที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ
รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า
ได้มีการประสานงานบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการสืบสวนสอบสวนไม่ให้ล่าช้า
ที่สำคัญที่สุดคือ ทาง DSI
ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อลุยสางคดีนี้โดยเฉพาะ
"กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลาง
เพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อรับผิดชอบสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยและการชุมนุมทางการเมืองในปี
พ.ศ. 2553 ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในคดี
เพื่อให้การสืบสวนมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ระยะเวลาที่เหลืออยู่" พล.ต.ท.
รุทธพล ตอบกระทู้ พร้อมยืนยันด้วยว่า DSI จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ
เพื่อให้คดีมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก่อนที่จะครบกำหนดอายุความตามที่กฎหมายกำหนดไว้
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คนเสื้อแดง #DSI #กระทรวงยุติธรรม


