“พวกเราพร้อมแล้ว แล้วนายกฯ พร้อมเซ็นหรือยัง?” เอ็มพาวเวอร์
ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล จี้ ‘อนุทิน’ รับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ
วันที่
11 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.
บริเวณข้างประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์
พร้อมกลุ่มพนักงานบริการ และเครือข่าย จัดกิจกรรม “รอฉัน รอเธออยู่
รอนายกเซ็นรับรองกฎหมายเราอยู่” เพื่อติดตามและทวงถามความคืบหน้า
พร้อมยื่นข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งเซ็นรับรองร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ. … ของนายกรัฐมนตรี
หลังร่างกฎหมายถูกพิจารณาให้เป็นร่างกฎหมายการเงิน
และอยู่ระหว่างรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรี
เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด
“ทุกยุคก็มีเรา” โดยมีพนักงานบริการจากอุดรธานี เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของผู้ให้บริการทางเพศในรูปแบบต่าง ๆ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าผู้ให้บริการทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง
และเรียกร้องให้รัฐยกเลิกการกำหนดความผิดทางอาญาและสร้างระบบคุ้มครองสิทธิของคนทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งไฮไลต์ของกิจกรรมคือการเปิดม่าน
“ทุกยุคก็มีเรา” ผ่านละครจำลองเรื่องเล่าชีวิตของพนักงานบริการ
ถ่ายทอดประสบการณ์ของคนทำงานหลากหลายยุค ตั้งแต่บ้านสาว คาราโอเกะ คาเฟ่ อาบอบนวด
อะโกโก้ บาร์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยพนักงานบริการจากทั้ง 3 จังหวัด
ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน ความฝัน อุปสรรค การถูกตีตรา
และการทำงานภายใต้กฎหมายที่ยังทำให้ผู้ให้บริการทางเพศถูกมองในฐานะ “ผู้กระทำผิด”
มากกว่าคนทำงานที่ควรได้รับการคุ้มครอง
นอกจากนี้
ยังมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ปูพรมแดงต้อนรับพนักงานบริการ”
โดยตัวแทนพนักงานบริการจากพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมส่งเสียงสะท้อนว่า
ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปกี่ยุค
ผู้ให้บริการทางเพศก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและระบบเศรษฐกิจ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ
“ปากกายักษ์ด้ามโปรดของพนักงานบริการ”
ซึ่งตัวแทนพนักงานบริการเตรียมนำไปมอบให้นายกรัฐมนตรี
เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงของคนทำงานที่รอคอยการลงนามรับรองร่างกฎหมายมาเป็นเวลานาน
พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า
“พวกเราพร้อมแล้ว แล้วนายกฯ พร้อมเซ็นหรือยัง?”
มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ระบุว่า
การผลักดันให้ยกเลิกความผิดทางอาญากับผู้ให้บริการทางเพศดำเนินมายาวนานกว่า 40 ปี
และมีความเข้มข้นขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
โดยภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการผลักดันและยกร่างกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเอ็มพาวเวอร์จะจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ฉบับประชาชน
พ.ศ. 2567 และรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 10,293 รายชื่อ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569
ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกพิจารณาให้เป็นร่างกฎหมายการเงิน
ส่งผลให้ต้องรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อนจึงจะสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามปกติได้
ขณะที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการลงนามรับรอง
ขณะเดียวกัน
เมื่อวันที่ 5
ส.ค. 2569 มีการเผยแพร่สรุปมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับข้อสังเกตของคณะกรรมการตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี
โดยมีประเด็นให้เร่งรัดการยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้หญิงที่ค้าประเวณี
ซึ่งมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์เห็นว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาการจับกุม การตีตรา หรือการถูกปฏิเสธสิทธิด้านแรงงาน
เอ็มพาวเวอร์จึงเห็นว่า
การลงนามรับรองของนายกรัฐมนตรีเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ร่างกฎหมายกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
เปิดทางให้เกิดการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อไป
และเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้บริการทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #กฎหมายคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ



















