เครือข่ายรำลึก 6 ตุลาฯ แถลงปิดแคมเปญล่ารายชื่อ “ลบมรดกรัฐประหารหกตุลา” ทะลุเป้า เตรียมยื่นรายชื่อสภา 21 ตุลาฯ นี้
บรรยากาศงานรำลึก ที่ธรรมศาสตร์ ผ่านศิลปะ ดนตรี และกิจกรรมภาคประชาชน ตั้งแต่รุ่งเช้าถึงค่ำ
วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยมีกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงค่ำ
ช่วงเช้ามืดมีการแสดงศิลปะการแสดง “นาฏกรรมลำนำ 50 ปี 6 ตุลา” ก่อนเข้าสู่พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 19 รูป พิธีวางพวงดอกไม้ และการกล่าวรำลึกถึงวีรชน 6 ตุลา ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานที่ทยอยเดินทางมายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ช่วงเช้า
ภายในงานยังมีการมอบรางวัลเชิดชูบุคคลด้านสิทธิมนุษยชน ชน ได้แก่ รางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์, รางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา และรางวัลสุรชัย แซ่ด่าน รวมถึงกิจกรรมชุมนุมปาฐกถา และกิจกรรม Walking Tour พาผู้เข้าร่วมเดินชมพื้นที่และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนภายในมหาวิทยาลัย
ช่วงค่ำมีการแสดงงิ้วล้อการเมือง การปราศรัย และกล่าวปิดการรณรงค์ “ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา” ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมจุดเทียนและบรรเลงเพลงรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ กิจกรรม และบูธจากเครือข่าย โดยตลอดทั้งวันมีประชาชน นักศึกษา นักกิจกรรม ทยอยเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน
สำหรับคำแถลงปิดแคมเปญการรณรงค์ “ลบมรดกรัฐประหารหกตุลา” ทะลุเป้าในปลายทาง มีรายละเอียดดังนี้
เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา เหตุการณ์ที่รัฐปราบปรามประชาชนที่ออกมาเรียกร้องทางการเมืองอย่างโหดเหี้ยม เป็นประวัติศาสตร์บาดแผลที่มีการรำลึกและกล่าวถึงมาตลอด หลายคนอาจคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นประวัติศาสตร์ซึ่งจบไปแล้ว เหลือเพียงแต่ความเจ็บปวดของผู้คนในอดีตที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่
วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ได้มีแค่การล้อมปราบประชาชน แต่เป็นวันที่มีการก่อรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ตามด้วยการออกคำสั่งมากมายหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ที่เพิ่มอัตราโทษของกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกของประชาชนจำนวน 12 มาตรา
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือกฏหมายที่ถูกแก้โดยคณะรัฐประหารฉบับนี้ ยังถูกใช้มาดำเนินคดีกับประชาชนที่ออกมาเรียกร้องทางการเมืองจนถึงปัจจุบันและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังมีผู้ต้องขังทางการเมืองอยู่อย่างน้อย 49 คนในขณะนี้
มีคนที่ถูกลงโทษจำคุกในข้อหาดูหมิ่นศาลให้เห็นหลายกรณี ข้อหาหมิ่นประมาทยังคงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการปิดปากผู้ที่วิจารณ์การทำงานของผู้มีอำนาจ และอีกหนึ่งมาตราที่หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงมิได้คือมาตรา 112 ที่เป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นเครื่องมือในการจัดการกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองและเป็นเหตุให้ประเทศไทยมีผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 30 คนจากมาตราดังกล่าว คนที่ยังเดินทางไปมาศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์อีกไม่น้อยและผู้ลี้ภัยทางการเมืองอีกนับจำนวนไม่ได้
6 ตุลาไม่ได้เป็นแค่เรื่องประวัติศาสตร์ที่ผ่านไปแล้ว แต่มันยังส่งผลกระทบถึงปัจจุบัน ทุกรายชื่อที่ร่วมกันลบมรดกหกตุลาในวันนี้ จึงมีความหมายเป็นการเดินทางต่อเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อ 50 ปีก่อนมีความหมายต่อผู้สูญเสีย และส่งความหมายถึงนักโทษการเมืองที่ยังถูกจองจำอีกหลายคน
วันนี้ครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา การรณรงค์ “ลบมรดกรัฐประหารหกตุลา” เดินมาถึงเป้าหมายปลายทางแล้วโดยได้จำนวนรายชื่อ “ทะลุเป้า” จากที่เคยคาดหวังไว้ เพราะกำลังของทุกคนที่ร่วมแรงกันตลอดสามเดือนที่ผ่านมา
โดยเราจะนำรายชื่อทั้งหมดของประชาชนที่มาร่วมเสนอกฎหมายไปยื่นต่อสภาในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 อันเป็นวันครบรอบ 50 ปี ของคำสั่งฉบับที่ 41 ที่มาตรา 112 ถูกเพิ่มอัตราโทษ และใช้ดำเนินคดีมาจนถึงปัจจุบัน
เพื่อเป็นสัญลักษณ์การทวงคืนเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน และการดำเนินการเพื่อให้มรดกบาปจากรัฐประหาร 6 ตุลา หมดไป
ในเว็บไซต์ยังสามารถลงชื่อถึงวันที่ 17 ตุลาคม มาแสดงเจตจำนงว่าเรากฎหมายต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่เผด็จการ ด้วยการร่วมกันเข้าชื่อเสนอยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูป ฉบับที่ 41
ศักดินาจงพินาจ ประชาราษฎร์จงเจริญ
