ณัฐพงษ์นำทีม
ครม. เงา จี้รัฐบาลแก้ปัญหาเกษตรจริงจัง
ไม่สอดไส้เงินกู้เพื่อโครงการไม่เร่งด่วนใน พ.ร.ก.กู้ด่วน
วันที่
11 พฤษภาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีม ครม.เงา แถลงผลการประชุมครั้งที่ 2 ระบุว่า วันนี้มีประเด็นหลากหลาย ทั้งเรื่องที่ไทยแสดงท่าทียกเลิก MOU44,
เรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้
ที่พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องตามมาตรา 173 ของรัฐธรรมนูญ, เรื่องที่ ครม.
ยังไม่มีมติยืนยันนำร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมกลับมาพิจารณาต่อในรัฐสภา
ทั้งที่ประชาชนลงความเห็นชอบผ่านประชามติไปแล้ว 21 ล้านเสียง
ตลอดจนเสียงสะท้อนปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร
ตลอดจนสิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนเนื่องจากพรุ่งนี้จะมีการประชุม
ครม.
รัฐบาลนายอนุทิน
ชาญวีรกูล ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร
ขณะที่เกษตรกรทั่วประเทศกำลังเผชิญวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูง
อันเป็นผลพวงจากวิกฤตพลังงานโลก
ณัฐพงษ์เน้นย้ำ
ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของ ครม.เงา
พรรคประชาชนคือการเป็นเวทีส่งเสียงแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนที่ถูกรัฐบาลละเลย
หลังจากครั้งก่อนได้เปิดเวทีรับฟังกลุ่มขนส่งและประมง
ซึ่งแบกรับต้นทุนพลังงานสูงที่สุดในประเทศแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นสัดส่วน
ครั้งนี้จึงเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังตัวแทนเกษตรกรจากหลายภาคส่วนที่กำลังเผชิญปัญหาปุ๋ยขาดแคลน
ราคาสูง และปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ
ณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นความล้มเหลวสองด้านหลักของรัฐบาล
ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ที่พบพฤติกรรมปุ๋ยในโครงการ "ปุ๋ยธงเขียว"
ถูกจำหน่ายเกินราคาแนะนำของกระทรวงเอง ทั้งที่ขายในงานทางการซึ่งกระทรวงเป็นผู้จัด
และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ประกาศว่าจัดซื้อปุ๋ยจากรัสเซียได้ 2 ล้านตัน
แต่สุดท้ายก็พับโครงการไป ก่อนหันมาเบิกงบกลาง 5,000-6,000 ล้านบาทเพื่อจัดทำโครงการปุ๋ยชีวภาพ
ซึ่งมีไม่สะท้อนความต้องการของเกษตรกร
เสนอกันเงิน
4 หมื่นล้านจากพ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาเกษตรโดยเฉพาะ
ณัฐพงษ์กล่าวถึงพระราชกำหนดกู้เงิน
400,000 ล้านบาทของรัฐบาลว่า นอกจากเตรียมกู้เงินแล้ว
รัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมในมิติอื่นใด
ไม่มีการพูดถึงปัญหาภาคเกษตรที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
รัฐบาลไม่ควรเริ่มต้นจากการคิดแจกเงินเพื่อกอบกู้คะแนนนิยมที่ตกต่ำ
แต่ควรเริ่มต้นจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละกลุ่ม
พรรคประชาชนเสนอว่า
ควรกันเงินจากพ.ร.ก.กู้เงินไว้ 40,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของวงเงินกู้ทั้งหมด
เพื่อใช้ช่วยเหลือภาคเกษตรกรอย่างครอบคลุมและสำรองไว้เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดทั้งปี
2569
หากเป็นรัฐบาลประชาชนถ้าจำเป็นต้องกู้เงิน
เช่น พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000
ล้านบาท ที่รัฐบาลพยายามสอดไส้ เอา 200,000 ล้านบาท
ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เป็นเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาสอดไส้ใน
พ.ร.ก. เงินกู้นี้ หากจำเป็นต้องกู้
รัฐบาลประชาชนจะกู้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนมากที่สุดในประเทศนี้
ซึ่งมีการสรุปวงเงินออกมาแล้วอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทก็สามารถช่วยเหลือได้ครอบคลุมและทั่วถึง
หากเป็นรัฐบาลพรรคประชาชน
แก้ปัญหาภาคเกษตรอีกแบบ
ณัฐพงษ์ชี้ว่า
หากเป็นรัฐบาลพรรคประชาชน จะแบ่งบทบาทกระทรวงให้ชัดเจน กระทรวงเกษตรฯ
รับหน้าที่จัดหาปุ๋ยจากต่างประเทศ
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รับหน้าที่ควบคุมราคาและดูแลสินค้านำเข้า
พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลปริมาณปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย
และประกาศราคาควบคุมปุ๋ยแต่ละสูตรในแต่ละพื้นที่ให้เกษตรกรตรวจสอบได้ทุกวัน
ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนเราจะทำให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร
พร้อมทั้งจะถือโอกาสนี้เก็บข้อมูลคุณภาพดินและผลิตภาพการเกษตร
เพื่อวางแผนการใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรในระยะยาว
ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคเกษตรไทยให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ครมเงา









