วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

“ยศชนัน” นำคณะเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ตลาดกลางธารเกษตร อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ลั่น นายกฯ คนที่ 33 ต้องมาจากเชียงใหม่

 


“ยศชนัน” นำคณะเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ตลาดกลางธารเกษตร อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ลั่น นายกฯ คนที่ 33 ต้องมาจากเชียงใหม่


วันที่ 30 มกราคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยนายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 8 นายยงยุทธ์ ยาวิชัย ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 9 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ ทันทีที่นายยศชนันมาถึงได้มีประชาชนถ่ายรูป พร้อมมอบดอกไม้ มอบพวงมาลัยดาวเรือง พวงมาลัยแคบหมู และพวงมาลัยตะหลิว


ยศชนัน ปราศรัยว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องเชียงใหม่ทุกท่าน ผมเดินสายไปตามจุดต่าง ๆ ของเชียงใหม่ เรามีความฝัน ความหวัง และเชียงใหม่คือบ้านเกิดของตน คนเชียงใหม่คนนี้จะทำให้ดีที่สุดเพื่อนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ผมเกิดที่นี่ วันนี้เรามีความจำเป็นต้องเลือกให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้ง 10 เขต วันนี้แต่ละพรรคการเมืองตั้งพรรคขึ้นมา จุดประสงค์ วัตถุประสงค์ของพรรคการเมืองคือการส่งมอบนโยบายให้พ่อแม่พี่น้อง และพรรคเพื่อไทยเราทำมาตลอดตั้งแต่พรรคไทยรักไทย วันนี้พรรคไทยรักไทยถูกยุบไปแล้ว พลังประชาชนก็ถูกยุบไปแล้ว พรรคเพื่อไทยมาแต่จิตวิญญาณไม่เคยเปลี่ยน จิตวิญญาณของนโยบายพรรคเพื่อไทยตั้งแต่พรรคไทยรักไทยก็ก่อกำเนิดที่เชียงใหม่ ครั้งนี้ขอ 10 เขตเลยได้หรือไม่ ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง ขอให้เป็นนายกฯ คนที่ 33 จากเชียงใหม่


ยศชนัน กล่าวต่อว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนเชียงใหม่ ที่ผมเดินทางมามี 2 เรื่อง เรื่องแรกเรื่องอากาศ เรื่องนี้สำคัญอากาศของเชียงใหม่บางทีอากาศมาจากประเทศอื่น เรามีแนวทางต้องปลูกป่าทำเรื่องเครื่องมือการเกษตรให้พ่อแม่พี่น้อง ให้สามารถใช้เครื่องมือได้อย่างมีผลสำเร็จ รอบนี้เราจริงจัง ถ้ามี สส.ของเราทำงานในสภาเยอะ ๆ เพราะเรื่องอากาศเป็นเรื่องลมหายใจของพ่อแม่พี่น้อง แต่ในขณะเดียวกันคนที่ทำเรื่องเกษตรต้องสามารถทำได้ ลดความเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่เราจะส่งมอบให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวเชียงใหม่


นายยศชนันกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยุทธศาสตร์ลำไยของประเทศชาติ เราทำต่อแน่นอน เรื่องนี้สำคัญ เรื่องน้ำชลประทานของลำไยก็สำคัญ ลำไยออกลูกได้ตลอดถ้าน้ำมา ผมจะเอาลำไยไปเจรจากับประเทศอื่น ลำไยเป็นสมุนไพรเป็นยาได้ และลำไยแปรรูปสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ผมจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เชนคนนี้เพื่อเชียงใหม่จะทำให้พี่น้อง 4 ปีทำได้อยู่แล้ว


ส่วนเรื่องโอท็อปกำเนิดมาจากพรรคไทยรักไทย ตอนนี้ซบเซาลงไป รอบหน้าถือธงนำ เอาโอท็อปไปขายระดับโลกได้หรือไม่ เรื่องการส่งออกต่าง ๆ จะใช้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ไปเจรจาต่อรอง เรื่องเกี่ยวกับแพลตฟอร์มค้าขาย มีสินค้าต่างประเทศเข้ามาสินค้าของพ่อแม่ พี่น้อง กระดาษสาโคมลอย และสินค้าดี ๆ ช่างไม้ เซรามิก ถ้าต้องไปแข่งกับสินค้าประเทศอื่นที่เข้ามา สู้ลำบาก


เราจะทำแพลตฟอร์ม E-commerce ของประเทศไทย เพื่อดูความต้องการของพ่อแม่พี่น้องให้สินค้าได้ราคาดี และการแก้ไขปัญหาการค้าขายฝืดเคือง นี่คือสิ่งที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ส่วนเรื่องสนามบินล้านนา เราศึกษามานาน รอบนี้เราทำต่อได้เลย เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องมีสนามบินเพิ่ม


ระหว่างการปราศรัย มีชาวบ้านตะโกนขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร และสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ เช่น หอมหัวใหญ่ ข้าวโพด กล้วยเนื้อหมู ซึ่งนายยศชนันพร้อมที่จะรับเอาไปเดินหน้าแก้ไขปัญหา


ยศชนันกล่าวต่อว่า การลงพื้นที่เป็นหัวใจของพรรคเพื่อไทย นักการเมืองต้องลงพื้นที่ เพราะฉะนั้นวันนี้ใครจะมาพูดว่านโยบายของเราดีหรือไม่ดี เราไม่สนใจ เพราะผมทำนโยบายให้กับพ่อแม่พี่น้องที่นั่งอยู่ตรงนี้ เราอาจจะโดนโจมตีว่าเราจะหาเงินมาจากไหน แต่ไม่ต้องห่วง เราหาเงินเป็น ซึ่งเป็นโครงการที่จะนำเงินเข้ามาในประเทศ นำนักธุรกิจเข้าสู่ระบบ นี่คือโครงการที่เราจะทำเรื่องการสร้างเศรษฐีเงินล้าน 9 คนทุกวัน


หลายคนบอกเป็นเรื่องแจกเงิน แต่เป็นเรื่องดึงคนเข้าระบบ ซึ่งผมห่วงใยพี่น้อง อยากดึงคนเข้าระบบ แต่การดึงคนเข้าระบบต้องมีแรงจูงใจ และนี่คือสิ่งที่เราเลือกให้ การจะหาเงินทำรถไฟ ทำถนนเป็นหน้าที่ของนักการเมือง ต้องหาเงินเข้ามาในประเทศ นี่คือสิ่งที่เราจะทำ และนี่คือวิธีคิดที่เราทำมาตลอดของพรรคไทยรักไทย ส่งมอบมาพรรคเพื่อไทย ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ขยายโอกาส


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569 #เชียงใหม่