วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่ลานคนเมือง เสาชิงช้า นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี "ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ"

 


พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่ลานคนเมือง เสาชิงช้า นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  "ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ" 


วันที่ 8 มกราคม พรรคเพื่อไทย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรค เวลา 17.00 น. ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร


โดยเมื่อคณะเดินทางมาถึง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนได้สวมแจ็คเก็ตสีแดง ร่วมกราบสักการะพระพุทธรูปและพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นสักการะองค์พระหลักเมืองจำลอง พร้อมผูกผ้าแพรสามสี และถวายพวงมาลัยองค์พระหลักเมือง ก่อนกราบไหว้องค์เทพารักษ์ทั้ง 5 ณ ศาลเทพารักษ์ และร่วมเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ได้เติมน้ำมันตะเกียงประจำวันจันทร์


ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยภายหลังการสักการะว่า รู้สึกมีกำลังใจเป็นอย่างมาก และมองว่าเป็นวันดี เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย พร้อมระบุว่าตั้งตารอการพบปะพี่น้องประชาชนที่จะมาร่วมฟังการปราศรัยในช่วงเย็นนี้


เวทีปราศรัยลานคนเมือง เริ่มเวลา 17.00 น. ด้วยการยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง จากนั้นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ขึ้นเวทีผลัดกันปราศรัยนโยบายพรรคเพื่อไทย ขอคะแนนเสียงเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค โดยบรรยากาศลานคนเมืองมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยอย่างคึกคักเต็มพื้นที่


เวลา 17.50 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อม 3 แคนดิเดตนายกฯ ขึ้นเวที ก่อนยืนเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น. จากนั้นแนะนำผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต และผู้สมัครขึ้นปราศรัยต่อเนื่อง


นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศัยว่า ตนมายืนตรงนี้ได้ยินเสียงเฮฮารู้สึกคึกคักมาก ตนมายืนเพื่อบอกประชาชนจว่าถ้าผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกเกิน 200 คนเรายกเครื่องประเทศไทยได้แน่นอน เราต้องแก้ปัญหาปากท้องและโครงสร้างพื้นฐานไปด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำได้ โดยคมนาคมต้องทั่วถึงปลอดภัยราคาถูก รถไฟฟ้า 20 บาท รถเมล์แอร์ 10 บาทใน 3 เดือนทำได้แน่นอน และบ้านต้องราคาถูกลงเข้าถึงได้จริง โครงการบ้านเพื่อคนไทย และเส้นเลือดใหญ่ของคมนาคมต้องเกิดขึ้น ทั้งรถไฟทางคู่ ท่าเรือ สนามบินใหม่ เพื่อไทยทำได้ และที่ว่ามาเพื่อให้คนไทยกลับมามีกำลังมีโอกาสและคนไทยจะรวยขึ้น ตลอดเส้นทางกลางเมือง 25 ปี ตนเป็นนักทำ ที่ไม่เหมือนคนอื่นคือนักทำงานยากที่ท้าทายถ้างานง่ายตนไม่ทำ ทุกงานที่ตนตั้งใจไม่เคยล้มเหลว ตนทำการเมืองมา 25 ปี นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมืองจะทำให้หลานมันดูด้วย สุวรรณภูมิสร้างเสร็จตอนตนเป็นรมว.คมนาคมสมัยแรกและมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นนายกฯ สำหรับโครงการคนละครึ่งนั้น นโยบายอะไรที่ทำเพื่อคนไทย เราพร้อมเดินหน้าต่อ โดยจะยกระดับคนละครึ่งโดยรัฐให้70% ประชาชนจ่าย 30% นโยบายเหล่านี้ทำได้จริงถ้าเรามีแรงมากพอเกิน 200


“มีบางคนบอกว่าผมแก่แล้ว ผมแก่ขึ้นทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้ คนแก่ลงได้แต่พรรคไม่ได้แก่ด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปพรรคยิ่งใหญ่ขึ้นมีคนหน้าใหม่มาสานต่ออุดมการณ์ ทำให้ตนรู้จักคนมากขึ้น ตนเชื่อมั่น 100% ว่าตนและพรรคเพื่อไทยทำได้ดีกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่าวันที่ 8 ก.พ. ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถึง 200 คน” นายสุริยะ กล่าว


นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ปราศรัยว่า วันที่ 8 ก.พ.จะเป็นการชี้ชะตาประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การลองผิดลองถูกเอาคนไม่มีประสบการณ์มาบริหารประเทศ เราเคยให้โอกาสแล้วแต่มีคนเอา 14 ล้านเสียง มาเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็นนายกฯ จึงไม่ใช่เวลาทดลองอีกต่อไป เพราะไม่รู้ว่า 4 ปีหลังจากนี้ประเทศจะเหลือเวลาให้มาซ่อมอีกหรือเปล่าเวลานี้ไม่ใช่การให้โอกาสคนมาบริหารประเทศแค่ 2 เดือนแต่ล้มเหลวทุกเรื่อง ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ การจัดซีเกมส์ เป็นรัฐบาลที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในการพิสูจน์ความล้มเหลว


 ”ผมขอฝากคำพูดไปถึงคนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล หนูเอ้ย หนูฟังหนิมนะ หนิมจะบอกหนูว่า ที่หนูบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ที่ทำมันไม่ตรงกับที่พูดซักอย่าง หนูบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ แต่กลับล้มกระดาน จนการแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว หนูบอกว่าจะไม่แทรกแซงคดี แต่ทั้งคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ไม่เดินหน้า หนูบอกว่าไม่กลัวการตรวจสอบ แต่หนูยุบสภาหนี แล้วจะให้หนิมเชื่อหนูได้ยังไง หนูอย่าโกหกประชาชน แค่โกหกพรรคประชาชน ก็แย่แล้ว หนิมจะบอกหนูว่าเวลาของหนูหมดแล้ว หนิม และพี่น้องประชาชน เราจะพาด็อกเตอร์เซน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบ เป็นนายกรัฐมนตรี จะส่ง“เชน” เข้าทำเนียบ  8 กุมภา เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคน ทั้งพรรค ” นายจุลพันธ์ กล่าว 


ต่อมาเวลา 19.34 น.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ปราศรัยว่า การยกเครื่องประเทศไทยต้องดูแลที่รากหญ้าลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส บางคนมองว่าเป็นประชานิยมแต่เขาไม่เข้าใจเพราะนี้คือการแก้ปัญหาที่สาเหตุ ล้างหนี้ทั้งระบบปรับโครงสร้างหนี้ และพรรคเพื่อไทยจะมีนโยบายให้คนไทยที่อยู่ต่างแดน โดยเสนอโครงการสินเชื่อเพื่อทำธุรกิจในต่างแดน คนไทยที่อยู่ต่างแดนพรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้ง และอีกนโยบายตนลงพื้นที่ไปหลายที่ มีคนไทยกลุ่มหนึ่งไม่คิดถามถึงอนาคตเพราะเขายังถามถึงข้าวมื้อนี้อยู่เลย คนไทย 3.4 ล้านคนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนคือไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน 


"ผมขอสานต่อกับสิ่งที่ไทยรักไทยทำมา คือทำสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ ขอประกาศว่าหากเราได้เป็นรัฐบาลคนไทยต้องไร้จน คนที่มีรายได้ต่ำว่าเส้นความยากจนไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท เราจะเติมเงินเข้าไปให้เต็ม 3,000 บาทต่อเดือน ให้ลูกหลานไม่ต้องกังวลพรรคเพื่อไทยจะดูแล หากเราเข้าไปคนไทยต้องไร้จนและไร้จนอย่างยั่งยืน นี้คือการดูแลประชาชนด้วยความรักไม่มีสิ่งใดแอบแฝงเพราะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน วันที่ 8 ก.พ.คือวันแห่งความหวังยกเครื่องประเทศไทยเพื่อไทยทำได้ขอให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค"นายยศชนัน กล่าว 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #กรุงเทพฯ #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569